เกี่ยวกับไข้หวัดนก
ไข้หวัดนก หรืออีกชื่อที่รู้จักกันคือ โรคติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ปีก เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งคล้ายกับไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์
บางสายพันธุ์ของไวรัสนี้ไม่ก่อให้เกิดโรคหรือก่อให้เกิดโรคความรุนแรงเล็กน้อยในนก ส่วนบางสายพันธุ์ก่อให้เกิดโรครุนแรงหรือทำให้เสียชีวิต แม้ว่านก รวมถึงนกในธรรมชาติและสัตว์ปีกจะเป็นสัตว์ที่ได้รับผลกระทบเป็นหลัก แต่ไวรัสบางสายพันธุ์ก็สามารถทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สัตว์ป่า ปศุสัตว์ และสัตว์เลี้ยง ติดเชื้อได้เช่นกัน
มีสายพันธุ์ไข้หวัดนกที่มีโอกาสติดเชื้อได้สูง (H5N1 clade 2.3.4.4b) ซึ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วโลก
มนุษย์นั้นติดเชื้อได้ยากมาก
อาการของไข้หวัดนกในมนุษย์
การติดเชื้อไข้หวัดนกมักไม่แสดงอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงได้บ้างในบางครั้ง เมื่อมีอาการเกิดขึ้น จะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล รวมถึงอาการเหล่านี้
- มีไข้
- ไอ
- เจ็บคอ
- น้ำมูกไหล
- ตาแดง (เยื่อบุตาอักเสบ)
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- หายใจลำบาก
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย
ในมนุษย์ ไข้หวัดนก H5N1 ก่อให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมากได้ และบางครั้งอาจทำให้เสียชีวิตได้
โดยจะมีอาการภายใน 2 ถึง 10 วันหลังจากการสัมผัสเชื้อ
ควรไปพบแพทย์หากคุณเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หลังจากเดินทางกลับจากประเทศหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้หวัดนก หรือหลังจากสัมผัสใกล้ชิดกับนกหรือสัตว์ที่ป่วยหรือตาย
ภาวะแทรกซ้อน
การติดเชื้อไข้หวัดนกอย่างรุนแรงอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาท ปอดบวม (การติดเชื้อในปอด) โรคไข้สมองอักเสบ (การอักเสบของสมอง) หรือเสียชีวิตได้
การแพร่กระจายของไข้หวัดนก
ไข้หวัดนกส่วนใหญ่แพร่กระจายระหว่างนกด้วยกัน บางครั้งอาจแพร่จากนกไปยังสัตว์อื่น ๆ และพบได้น้อยมากที่จะแพร่ไปยังมนุษย์ ไข้หวัดนกแพร่จากคนสู่คนได้น้อยมาก
คนติดเชื้อได้หาก
- สัมผัสใกล้ชิดกับนกและสัตว์อื่น ๆ ที่ติดเชื้อ หรือสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ อุจจาระ และของเหลวอื่น ๆ ในร่างกายสัตว์ที่ติดเชื้อ
- หายใจเอาฝุ่นหรือละอองที่ปนเปื้อนเข้าไป
ความเสี่ยงในการติดไข้หวัดนกจากไก่และไข่ที่ปรุงสุกอย่างเหมาะสมนั้นต่ำมาก ควรปรุงอาหารที่ทำจากสัตว์ปีกและไข่ให้สุกอย่างทั่วถึงเสมอ และสัมผัสสัตว์ปีกดิบอย่างปลอดภัย
ผู้ที่มีความเสี่ยง
คนส่วนใหญ่ไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดนก
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไข้หวัดนกได้แก่ผู้ที่
- เดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของไข้หวัดนก และสัมผัสกับนกหรือสัตว์ประเภทอื่น ๆ ที่ป่วย
- สัมผัสใกล้ชิดกับนก (และสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ อุจจาระ (มูลสัตว์) หรือของเหลวอื่น ๆ ในร่างกาย) เช่น คนงานในฟาร์มสัตว์ปีกหรือเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ป่า
การป้องกัน
สิ่งที่ควรทำหากพบนกที่ป่วยหรือตาย
โดยทั่วไปแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วยหรือตายหากเป็นไปได้ หากคุณพบนกหรือสัตว์ที่ป่วยหรือตายหลายตัว คุณควร
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส
- บันทึกสิ่งที่คุณเห็น (โดยการถ่ายภาพหรือวิดีโอของสัตว์และตำแหน่งที่คุณอยู่)
- รายงานเรื่องนี้ไปยังกรมพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Department of Energy, Environment and Climate Action) หรือสายด่วนหน่วยงานโรคในสัตว์ (Emergency Animal Disease) ที่หมายเลข 1800 675 888 (ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน)
การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยหนักหากคุณสัมผัสเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลและไข้หวัดนกพร้อมกัน และยังช่วยลดโอกาสการผสมสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่จนเกิดเป็นไวรัสชนิดใหม่อีกด้วย
คำแนะนำสำหรับนักเดินทาง
หากคุณกำลังเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้หวัดนก คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงนกในธรรมชาติและสัตว์ชนิดอื่น ฟาร์มสัตว์ปีก และตลาดสดที่ขายสัตว์ที่มีชีวิต
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหลังจากสัมผัสกับเนื้อสัตว์ปีกและไข่ดิบ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสตา จมูก หรือปากหลังจากสัมผัสผลิตภัณฑ์เหล่านี้
- ล้างอุปกรณ์ครัวและพื้นผิวที่ใช้ในการปรุงอาหารให้สะอาดหลังจากเตรียมเนื้อสัตว์ปีกดิบ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อสัตว์ปีกและไข่สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน
- อย่าดื่มหรือรับประทานนมหรือผลิตภัณฑ์นมดิบที่ไม่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์
ก่อนเดินทาง โปรดดูคำแนะนำด้านสุขภาพบน Smartraveller เป็นประจำ
คำแนะนำสำหรับผู้ทำงาน
ผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ปีกหรือนกและสัตว์อื่น ๆ ที่ป่วยควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ ซึ่งรวมถึงการรักษาสุขอนามัยที่ดีและการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากากป้องกันระบบทางเดินหายใจ P2/N95 แว่นครอบตา ถุงมือ และชุดป้องกัน
และขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ผู้ทำงานฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลทุกปี
วิธีการวินิจฉัยโรคไข้หวัดนก
ไข้หวัดนกสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจตัวอย่างที่เก็บด้วยก้านสำลีจากจมูกและช่องคอ
คุณควรไปพบแพทย์หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และเคยสัมผัสใกล้ชิดกับนกหรือสัตว์อื่น ๆ ที่ป่วย หรือเดินทางกลับจากประเทศหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้หวัดนก
แจ้งแพทย์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสัมผัสกับไข้หวัดนก อย่าลืมโทรติดต่อล่วงหน้าและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
วิธีการรักษาโรคไข้หวัดนก
ยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลก็สามารถใช้รักษาโรคไข้หวัดนกและช่วยป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงได้เช่นกัน
หากคุณสัมผัสเชื้อไข้หวัดนก
หากคุณติดเชื้อไข้หวัดนก
หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดนก คุณจะต้องแยกตัวออกมาจากผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย หากคุณต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล คุณจะได้รับการรักษาภายใต้มาตรการควบคุมการติดเชื้อ
หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ทำงานร่วมกับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไข้หวัดนก แพทย์ผู้รักษา และห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจสอบและตอบสนองต่อความเสี่ยงของการติดเชื้อไข้หวัดนกในชุมชน
หากคุณเคยเข้าใกล้นกหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ
หากคุณเคยสัมผัสใกล้ชิดกับเชื้อไข้หวัดนก คุณจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่ควรสังเกต หากเริ่มมีอาการ ให้พักอยู่ที่บ้านและออกจากบ้านเพื่อการตรวจหาเชื้อเท่านั้น
บางคนอาจได้รับคำแนะนำให้รับประทานยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง
หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จะให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สัมผัสกับเชื้อและคอยติดตามผล
ไข้หวัดนกในสัตว์
หน่วยงานด้านการเกษตรของรัฐวิกตอเรีย (Agriculture Victoria) เป็นหน่วยงานด้านสุขภาพของสัตว์ที่ตรวจสอบและตอบสนองต่อการระบาดของไข้หวัดนกในสัตว์ (เช่น ในฟาร์มสัตว์ปีก)
เมื่อมีการระบาดของไข้หวัดนกในรัฐวิกตอเรีย ผู้ที่อาจสัมผัสใกล้ชิดกับนกที่ติดเชื้อจะได้รับการติดตามผลจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
หน่วยงานที่สามารถขอความช่วยเหลือได้